วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558

แหลมพรหมเทพครั้งที่ 2 ในรอบ 40ปี

แหลมพรหมเทพ มองจาก ประภาคารกาญจนาภิเษก
   

    หากเป็นคนชอบพอกัน การห่างเหินกัน 40 ปีดูไม่ค่อยปรกตินัก  40ปีที่ว่านั้น หมายถึงการไปถึงโดยการปั่นจักรยานซึ่งผมได้ไปครั้งแรกเมื่อ40ปีที่แล้ว จำได้ว่า ตอนกลับถึงบ้าน ผมถึงกับเป็นไข้ และผมก็ไม่เคยคิดจะปั่นจักรยานไปอีกเลยจนวันนี้


เกาะมัน มองจากจุดชมวิว แหลมพรหมเทพ

 
     หากแต่ในปัจจุบัน นักปั่นภูเก็ตทั่วไปคงไม่มีใครไม่เคยไปแหลมพรหมเทพสักครั้ง บางคนเลยเถิดขนาดปั่นทะลุไปหาดในหาน โดยมีกติกาว่า ห้ามเอาเท้าลงแตะพื้นก่อนถึงหาดในหาน แบบนี้สิถึงเรียกว่าของจริง(ไม่แนะนำให้ทำ..สำหรับนักปั่นหน้าใหม่)



เส้นทางลงเขาไปหาดยะนุ้ย


   อยากเชิญชวนนักปั่นจากต่างจังหวัดลองไปดูสักครั้ง จากหาดราไวย์ถึงแหลมพรหมเทพ ระยะทางไม่น่าจะเกิน 4 กิโล แค่ข้ามเนินย่อมๆไม่กี่ลูกคงไม่เป็นปัญหากับคนกำลังขาดีๆ 

     ผมเคยปั่นจักรยานไปครั้งแรกเมื่อ40ปี ที่แล้ว (ขณะที่เส้นทางยังเป็นลูกรัง) ด้วยเสือหมอบ 6 สปีดคุณภาพต่ำราคา 1600 บาทในยุคนั้น แต่ก็พาผมไปถึงแหลมพรหมเทพอย่างสบายๆ


คลื่นเซาะโขดหินที่หาดยะนุ้ย(หรือยะน้อย)

     วันนี้ มาด้วยจักรยานหมอบเมอริด้า 16 สปีด เป็นจักรยานที่คุณภาพต่างกันอย่างลิบลับกับครั้งอดีต แต่ด้วยวัยที่ห่างจากการไปครั้งแรกหลายปี ทำให้ รู้สึกเหนื่อยอึดอัดตั้งแต่การปั่นขึ้นเนินแรก(จากราไวย์) โดยผมลืมประเมินอายุและกำลังขา... กว่าจะผ่านไปได้ก็ทำเอาคอแห้งไปหมด


มองกันชัดๆ


    ก่อนหน้าผมสัก 5 นาที มีบิ๊กฟูดนำหน้าไปก่อน 2 คัน ผมตามไปทันตรงทางขึ้นพระพรหมพอดี เขาแบกรถข้ามประตูแล้วปั่นต่อไปยังจุดชมวิว ส่วนผมก็แบกรถข้ามประตูตามเขา แต่ผมไม่ยอมปั่นตามเขาไป...ผมใช้วิธีเข็นขึ้นไปยังจุดชมวิวแทน...


ประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรหมเทพ

   ทักทายสองหนุ่มบิ๊กฟูด ..ด้วยสำเนียงขาดๆหายๆ..พวกเขายิ้มอย่างอารมณ์ดี ส่วนผมยิ้มตอบพลางปนหอบไปพลาง..ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้น..แต่เราก็คุยกันเข้าใจ แม้จะจำหน้ากันไม่ได้อีกหลังจากกลับจากแหลมพรหมเทพ   
     หลังจากได้พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติกันเล็กน้อย เราก็ได้ถ่ายรูปร่วมกัน ก่อนที่ผมจะขอตัวไปลุยต่อเดี่ยวๆที่หาดยะนุ้ยเพื่อถ่ายรูปเกาะเกร็ด


มาตามวัยโรยที่ยังไม่ยอมร่วง


สองวัยแต่ก็ตามกันทัน


     เนื่องจากมีนัดที่สะพานหินก็เลยต้องรีบกลับทางทางซอยนายะไปออกไสยวน เส้นทางเป็นเนินเล็กน้อย เบ็ดเสร็จระยะทางจากราไวย์ไปพรหมเทพแล้วกลับทางไสยวนไปทะลุสามแยกที่หาดมิตรภาพ รวมระยะทาง จากราไวย์- พรหมเทพ- ไสยวน 10 กิโลเศษ ไปกลับสุดปลายทางที่ สะพานหิน ได้ระยะทาง 40 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่พองาม ไม่เหนื่อยเกินไป




วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2558

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เขารัง จุดปั่นยอดฮิตของภูเก็ต





อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี อดีตเจ้าเมืองภูเก็ต



 เขารัง:
   คนทั่วไปที่เคยมาภูเก็ตก็จะเคยได้ยินแม้จะคุ้นกับชื่อนี้ ถ้าเป็นคนต่างถิ่นอาจจะจินตนาการถึงชื่อของเขารังว่าเป็นภูเขาที่ประกอบไปด้วยหินลูกรัง ซึ่งโดยการออกเสียงตามสำเนียงท้องถิ่นใต้ฝั่งตะวันออกจะหมายถึง ภูเขาลูกรังตรงเป๊ะ แต่ชื่อนี้ถ้าออกเสียงแบบภูเก็ตแท้ๆ ดังเดิม จะออกเสียงเป็น "เขาหลัง" ตาม การออกเสียงแบบปักษ์ใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งก็แปลได้ว่า ภูเขาลูกรังเช่นกัน



ทิวทัศน์ เมืองภูเก็ต มองจากจุดชมวิว



    จากสี่แยกเขารัง ถึงยอดเขาวัดได้  2 กิโลเมตรพอดี บนยอดเขารัง มีร้านอาหารอยู่ใกล้ๆหอชมวิวของเทศบาลนครภูเก็ต ควบคู่ไปกับร้านกาแฟเก่าแก่ มีชื่อเสียงตั้งแต่อดีต ในนามทุ่งคากาแฟ ให้บริการกาแฟ อาหารและเครื่องดื่มบนทำเลจุดชมวิวเมืองภูเก็ตที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง


ประตูทางเข้าทุ่งคากาแฟ






หยุดทักทายนักท่องเที่ยว ที่มาเดินออกกำลังกายบนเขารัง





    มาว่าเรื่องการปั่นจักรยานขึ้นเขารัง :

     เขารัง(ส่วนใหญ่จะขึ้นด้านถนนคอซิมบี้ตรงสี่แยกเขารัง)เป็นเส้นทางเหมาะที่จะฝึกกำลังขาสำหรับนักปั่นหน้าใหม่เป็นที่สุด สำหรับนักปั่นที่ต้องการฝึกกำลังขาจริงๆก็ต้องปั่นขึ้นเขารังไม่ต่ำกว่า 5 รอบต่อวัน เส้นทางเส้นนี้นับเป็นเส้นทางครูสำหรับนักปั่นภูเก็ตทุกคน 


เส้นทางเขารังยามเช้า

โค้งก่อนถึงศาลา2
ผมมาเดี่ยว แต่มาดี
ผมมาชุดใหญ่ บนถนนที่โรยด้วยดอกชัยพฤกษ์

 มาปั่นด้วยกันวันหยุด

ยังเช้าอยู่ แต่พอมองเห็นดอกชัยพฤกษ์ ร่วงเกลื่อนถนน


    ส่วนเส้นทางที่หฤโหดและท้าทายคือเส้นทางที่ขึ้นทางสวนสุขภาพ-สามกอง ระยะทาง 1.2 กิโลเมตรเศษ เป็นเส้นทางที่ชันมาก แม้ด้วยระยะทางสั้นๆ แต่เป็นเส้นทางชันเกิน45องศาและเป็นการขึ้นเนินตลอด






เส้นทางชันลงเขา สายเขารัง-สามกอง
ภูเก็ต หรือ ทุ่งคาในอดีต ที่เรียกชื่อตามอย่างฝรั่ง



ขึ้นถึงเขารังแล้วก็อย่าลืมไปถ่ายรูปที่หอชมวิวไว้เป็นที่ระลึกก่อนจะลงพื้นล่าง พรุ่งนี้เจอกันใหม่บนเขารัง


วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ขี่จักรยาน คนเดียวจริงๆ(เพราะยังเช้าอยู่)

 

     ถ้าจะออกจากบ้านก่อนตี 5ตอนเช้ามืด อากาศจะเย็นสบาย บนถนนจะมีรถยนต์เล่นน้อยมาก อาจมีนักปั่น ปั่นสวนทางมาประปราย จุดหมายปลายทางที่น่าสนใจคือ สะพานเทียบเรือ Navy pier หรือสะพานเทียบเรือของศูนย์ชีววิทยาทางทะเลภูเก็ต 
      ถ้าปั่นมาตามถนนศักดิเดชด้วยความเร็วเฉลี่ยประมาณ 27 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามเส้นทางปกติ ก็จะใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที ถ้าคิดว่าจะเข้าตามเส้นทางเขาขาด ก็จะเป็นเส้นทางที่สวยมาก แต่ถ้ามี เหตุผลเกิน 2 ประการ คือ ไม่เคยไปและ ไม่มั่นใจในพลังขาของตัวเอง ขอแนะนำให้ไปตามเส้นทางปรกติจะดีกว่า
     เมื่อปั่นมาจนจะถึงสามแยกก่อนถึงปั้นจั่นเหล็ก อ่าวมะขาม ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางทางแหลมพันวา ถ้าขี่ตรงไปก็จะเป็นท่าเทียบเรือเก่า วันนั้น ยังเช้ามาก ท้องฟ้ายังมืดสนิท ก็เลยลองแวะไปที่ท่าเทียบเรือเก่า(ที่ไม่ได้แวะมาเป็นเวลานานแล้ว)   ระหว่างทาง ก็ต้องเผชิญกับสุนัขเจ้าถิ่นคอยเห่าไล่ตั้งท่าจะกัด แต่ก็พาตัวรอดรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
   เมื่อฝ่าด่านสุนัขไปจนถึงที่ท่าเรือเก่า ก็ไปจอดพักเหนื่อยที่ปั้นจั่นเหล็ก มีแพเหล็กของบริษัทนำชัยขนส่งทางทะเลจอดเทียบท่าอยู่ ยืนอยู่คนเดียวประมาณ 10นาที... มืดมาก ไม่มีคนเลย.. บรรยากาศ วังเวง.. รู้งี้ไม่มาแน่.. รีบกลับออกมา พร้อมกับเด็ดกิ่งมะขามทำเป็นไม้เรียวไว้ไล่สุนัขเจ้าถิ่น ตอนขากลับ
     ก็เป็นไปดังคาด เจ้าถิ่นทั้ง3ต่างก็ตั้งท่าจะไล่กัด ก็เลยใช้ไม้เรียวที่เตรียมมา ฟาดไปในอากาศจนไปรบกวนระบบประสาท ได้ผลเกินคาด ทั้ง3 หยุดและถอยหลังกรูดยินยอมให้ผ่านไปโดยดี  หลุดจากสุนัขเจ้าถิ่นมาได้ ก็มาพบปัญหาตอนปั่นขึ้ันเนินที่เนินไทยซาร์โก 

พักเหนื่อย ดูเรือจอดเดี่ยวๆในอ่าว ยามเช้า
   
เรือ ต 218 ทอดสมออยู่พอดี
   
      เนินตรงสามแยกไทยซาร์โก เป็นเนินที่ไม่สูงมาก 

    ถ้ามาเป็นครั้งแรกหรือไม่คุ้นกับการปั่นจักรยานแถบนี้ ก็น่าจะมีปัญหาการปั่นขึ้นเนินบ้าง วันนี้ได้เปลี่ยนเกียร์ต่ำตั้งแต่ต้นทางแต่เกียร์ที่เซ็ทมายังไม่เข้าที่เกิดสับเกียร์ไม่ลง ทำให้การปั่นขึ้นเนินมีปัญหาขึ้นมาเล็กน้อย ก็เลยต้องแก้ปัญหา ด้วยการยืนโยกปั่นจนคอแห้งต้องเติมน้ำลงคอไปหลายอึก กว่าจะถึงท่าเทียบเรือก็ทำให้อ่อนแรงไปเยอะ


สะพานเหล็กตอนเช้ามืด


   มาถึงที่ท่าเทียบเรือแล้วแต่ก็ยังมืดอยู่ ที่ท่าเทียบจะมีเรือจอดเทียบประจำอยู่2-3ลำ ส่วนใหญ่ก็เป็นเรือของกรมประมงหรือของกรมทรัพยากรทางทะเล นอกนั้นก็เป็นเรือลาดตระเวณของกองเรือภาคที่3 วันนี้ก็เช่นกันเรือ ต.218 ทอดเทียบท่าอยู่ ได้ไปยืนถ่ายรูปใกล้ๆ ก่อนจะปั่นกลับไปที่สะพานหิน

Sun rise at Sapan Hin





     บรรยากาศยามเช้าที่สะพานหินเงียบสงบแต่ก็มีคนมาปั่นจักรยานในช่องจักรยานหนาตาพอสมควร พอเลย 6:30 น.ไปแล้ว ต่างก็ทะยอยกันกลับทำให้บรรยากาศเหงาขึ้นมาทันที สำหรับคนที่เริ่มต้นปั่นใหม่ๆก็ควรมาใช้พื้นทีที่นี่เพราะนอกจากจะมีทิวทัศน์ที่สวยงามแล้วยังปลอดภัยเหมาะแก่การออกกำลังกายเป็นอย่างยิ่ง



วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2558

จักรยานภูเก็ต กับ ถนนจักรยาน

  

   

     เห็นประเทศทางแถบยุโรป ส่งเสริมให้ประชาชนใช้จักรยานเพื่อการสัญจรกันอย่างแพร่หลาย ก็เริ่มจะมีความคิดว่า เออ ดีเน๊าะ ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือคือ ประเทศเนเธอร์แลนด์ เฉพาะในกรุงอัมเสตอร์ดัมมีจักรยานถึง 7000,000 คัน นับเป็นการใช้อย่างแพร่หลายจริงๆ และประเทศนี้ยังมีเส้นทางจักรยานยาวกว่า 400 กิโลเมตร  เลยทีเดียว    ดูคลิปสวยๆ ที่ http://pantip.com/topic/32347501

          ในอังกฤษ ก็มีคนนิยมใช้จักรยานไม่แพ้กัน สำนักข่าว BBC เคยมีรายงานถึงการใช้จักรยานในอังกฤษ ในช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค ปี 2012 ที่กรุงลอนดอน ซึ่งมีบันทึกไว้ว่า ได้มีการเช่าจักรยาน มากถึง 47,105 ครั้งภายใน วันเดียว 

    เห็นเช่นนี้แล้ว บ้านเราน่าจะมีการสำรวจกันบ้างว่า ประชาชนมีการใช้จักรยานกันมากน้อยแค่ไหน แต่ก่อนอื่น ลองมาดูสถานที่ ที่ภูเก็ตกันก่อนว่า มีการสนับสนุนให้ใช้จักรยานหรือไม่ อย่างไร เมื่อคนพร้อมแล้ว สถานที่จะพร้อมแค่ไหน


ที่ภูเก็ต :


   ภูเก็ต มีกลุ่มนักปั่นจักรยานสมัครเล่นผุดขึ้นมามากมาย(ตามกระแสหรือเปล่าก็ไม่ทราบ) แต่ยังไม่มีการรวมตัวกันเป็นชมรมให้เห็นชัดเจน ไม่มีการสนับสนุนจากทางราชการให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการริเริ่มจัดให้มีช่องทางขี่จักรยาน(Bicycle Lane)และการประกันความปลอดภัยในการขับขี่  

 อย่างไรก็ตาม เมื่อสำรวจดูแล้ว ก็พบว่า ยังมีทางจักรยานที่คิดว่าดีที่สุด อยู่ที่ที่ปลายแหลมสะพานหิน  ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยามเย็นของชาวภูเก็ต ก็ถือว่าแบ่งกัน ช่วงเช้าให้ชาวนักปั่นใช้สิทธิ์ ช่วงเย็นก็ให้ชาวบ้านทั่วไปได้ใช้กันบ้าง


จุดปั่นจักรยาน สะพานหิน:

   เอาเป็นว่ามาเริ่มต้นกันเลยดีกว่า สำหรับคนต่างถิ่นหรือคนท้องถิ่นถิ่นที่ไม่เคยมาใช้เส้นทางนี้ก็ขอให้ดิ้นรนมาให้ถึงสะพานหินกันก่อน แล้วกำหนดจุดเริ่มต้นกัน ที่ ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ก็ให้ปั่นในเลนจักรยานในทิศทางตามเข็มนาฬิกา ไปเข้าโค้งที่ปลายแหลมสะพาหิน เมื่อผ่านปลายแหลม จะเห็นศาลเจ้า สะพานหิน อยู่ทางด้านซ้ายมือ ให้ขี่ตามช่องทางจักรยานตรงไปข้างหน้า ผ่าน อีกด้านของศาลกรมหลวงฯ จนถึงอนุสาวรีย์ขุดแร่(คนท้องถิ่นเรียกว่าวงเวียนหอย) ให้ปั่นต่อไปจนบรรจบจุดเริ่มต้นที่ศาลกรมหลวงอีกครั้ง จะได้ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร เรัยกว่า ปั่นกันในเส้นทางรูปวงรีนั่นเอง

    นักปั่นวัยหนุ่มส่วนใหญ่จะมาปั่นที่นี่ตอนเช้ามืด ก่อน 6 นาฬิกาและจะปั่นกันด้วยความเร็ว 35-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนนักปั่นสมัครเล่น ก็มักจะมาพบปะพูดคุยและดื่มกาแฟฟรีกันที่จุดขายอุปกรณ์จักรยานริมทาง


   
ตีโค้งตรงนี้ ก่อนถึงศาลเจ้า

    ทางจักรยานเส้นนี้ เป็นจุดขี่จักรยานปลอดภัยที่สุดในภูเก็ต ผู้ขับรถยนต์ส่วนใหญ่จะให้ความเคารพต่อนักปั่น  ถ้าต้องการปั่นเอาระยะทางก็ต้องทนจำเจเอาหน่อย เพราะต้องทำรอบ ถึง 20 รอบ เพื่อจะได้ระยะทาง 30 กิโลเมตร แต่ ส่วนใหญ่จะปั่นกันไม่เกิน 5 รอบ ก็บึ่งไปที่อื่น

   ข้อดีของการปั่นจักรยานที่นี่

 1 ปลอดภัย

2 ไม่มีรถปั่นสวนทาง

3 ไม่มีรถยนต์เข้ามารบกวน(เฉพาะช่วงเช้า)

4 กรณีมีรถยนต์ หลงเข้ามา รถส่วนใหญ่จะให้ความเคารพต่อนักปั่นจักรยาน

5 มีเพื่อนร่วมปั่น อาจจะได้อาศัยเป็นตัวปั่นนำเพื่อการปั่นไล่ ช่วยให้ไม่เบื่อ โดยเฉพาะนักปั่นสาวๆที่นี่ แข็งแรงมาก ถ้าผู้ไล่ไม่ฟิตจริงอาจทำให้คนไมาเจียมบอดี้ ถึงกับหายใจไม่ทัน

6 มีโอกาสพบเพื่อนใหม่ไม่ค่อยซ้ำหน้า ถ้าชอบพบปะผู้คน ก็หมาะทีเดียว
 
สะพานหินยามเช้า ถ่ายจากช่องทางจักรยาน


    ส่วนนักปั่นรุ่นใหญ่ ที่รวมกันตัวกันเป็นก๊วน ส่วนใหญ่จะนัดมารวมพลกันที่ปลายแหลมสะพานหิน  เส้นทางปั่นจะถูกกำหนดร่วมกันที่นี่ เช่น แหลมพันวา AV 30 เป็นต้น(สั่งรุนแรงเกินไปหรือเปล่าเนี่ย) ทีนี้ก็ได้เวลาออกก๊วนกันแล้ว  


   เส้นทาง เขื่อนบางวาด:

เริ่มต้นที่ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล ระยะทางถึงสันเขื่อน 45. กิโลเมตร



เส้นทางรอบอ่างเก็บน้ำ 6.5 ก.ม.

     บางท่านอาจจะไม่สะดวก ก็อาจจะนำจักรยานใส่ท้ายรถไป หรืออาจจะ กำหนดจุดเริ่มต้นที่ ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลแล้วขี่ไปทางเส้นทางอำเภอเมือง-อำเภอกะทู้ ผ่านห้างแมคโคร ถนนเส้นนี้เป็นถนน4ช่องจราจร(ค่อนข้างหนาแน่น) เส้นทางขาไป เป็นโค้งเล็กน้อยและลงเนินตลอด ปั่นสบายและถนนสวยมาก  เมื่อมาถึงสามแยกเก็ตโฮ่ให้เลี้ยวซ้าย ขี่ผ่านมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก่อนถึงตลาดทุ่งทองประมาณ 300 เมตร ให้ เลี้ยวซ้าย เข้าสนามกอล์ฟ ปั่นเรื่อยๆตามถนนชลประทาน ไปจนถึงสันเขื่อน บางวาด แล้วปั่นเข้าเส้นทางรอบอ่างเก็บน้ำในทิศตามเข็มนาฬิกา

    ถนนรอบอ่างราดด้วยยางแอสฟัลส์ตลอด ระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร  เป็นเส้นทางแนวราบเกือบโดยตลอด มีแค่บางตอนที่เป็นเนินเล็กๆ (เป็นขนมหวานถ้วยจิ๊บๆ) เสียอย่างเดียว ถนนบนสันเขื่อนปิดเนื่องจากเป็นเขตหวงห้าม นอกนั้นก็ถือว่าสอบผ่าน

   สำหรับท่านที่นำรถคู่ชีพใส่กะบะมาจอดบริเวณสันเขื่อนก็ไม่มีปัญหา แต่สำหรับท่านที่ปั่นมาตามเส้นทางภูเก็ต ทุ่งทอง เมื่อแวะเข้าอ่างเก็บน้ำ ตามเส้นทางสนามกอล์ฟ ก็อาจจะมีปัญหาตอนขึ้นสันเขื่อนเล็กน้อย(สำหรับสิงห์ทางเรียบทั่้งหลาย) แต่สำหรับกลุ่มนักปั่นเสือภูเขาขาแรงก็จะสะใจไปอีกแบบ 

   ส่วนอีกเส้นทางที่พอเป็นรูปธรรม ก็ที่ทางไปเกาะสิเหร่ แม้ช่องทางจักรยานจะเล็กแคบไปนิด แต่ก็ดีกว่าไม่มี ประจวบกับเส้นทางนี้ การจราจรยามเช้าไม่หนาแน่น ถือว่าเป็นเส้นทางที่ดีระดับหนึ่ง

     เส้นทางเกาะสิเหร่:


แผนที่ เกาะสิเหร่

     เส้นทางจากตัวเมืองไปยังเกาะสิเหร่ มี่ช่องจักรยานเล็กๆให้ใช้แต่ไม่มีใครใช่้ เพราะมันกว้างประมาณ 1 เมตร ควรมาปั่นในรอบเช้า เพราะช่วงเย็น การจราจรค่อนข้างแน่น

ช่องจักรยาน (Bicycle lane)

แม้จะเล็ก แต่ก็มีทั้งสองฟากถนน





    เมื่อปั่นมาถึง ทางแยกตรงวงเวียน หอนาฬิกา ก็ต้องเลือกเอาว่าจะไปทางซ้ายหรือทางขวาดี ถ้าไปทางซ้าย ก็จะเจอเส้นทางเป็นเนินที่ลาดยาวหลายช่วงแต่ไม่สูงชันมากนักเป็นเส้นทางที่นักปั่นหลายคนชอบใช้


วงเวียนหอนาฬิกา ซ้ายไปแหลมหงา.... ขวา หมู่บ้านไทยใหม่(ชาวเล)








    ส่วนเส้นทางแยกขวา ก็นับได้ว่าเป็นเส้นทางที่ท้าทายนักปั่นหน้าใหม่ เพราะเมื่อมาถึงชายหาดแล้ว ถนนที่ลาดไปทางหาดปลื้มสุข(ทางซ้ายของหาด) ค่อนข้างเป็นเนินชันพอสมควร หากใครวางแผนไม่ดี หรือมาเป็นครั้งแรก ก็จะได้รับเอาความเหนื่อยหอบ(หายใจทางปาก)ไปเป็นรางวัล



   ตอนใช้เส้นทางนี้ครั้งแรก ก็พาให้สงสัยว่า ทำไมถึงไม่มีเพื่อนร่วมทางเลย มีแต่นักปั่น ปั่นสวนทางมาเป็นระยะๆ ต่างคนต่างก็ยิ้มให้กัน ไม่รู้ว่า เป็นการยิ้มต้อนรับน้องใหม่หรือเปล่า ก็เป็นตามคาด กว่าจะผ่านเนินเหล่านี้ไปได้ก็หอบหน้ามืดขาสั่นไปเหมือนกัน ครั้งหน้าขอแก้ตัวใหม่จะลองปั่นตามเส้นทางแรกดู ไม่รู้จะมีปัญหาหรือเปล่า

    รวมระยะทางนับจากสะพานศรีสุทัศน์ ไปวนรอบถนนวงเเหวนที่สามแยกหอนาฬิกา ให้วนซ้ายจนมาบรรจบที่เดิม รวมระยะทาง 7.14 กิโลเมตร ใครไม่สะใจก็วนซ้ำอีกสักรอบสองรอบ ก็จะได้ระยะทางตามที่ต้องการ




    ขณะที่ปั่นเรียบไปตามเส้นทางเรียบทะเล เมื่อมองข้ามทะเลไปทางทิศตะวันออก จะเห็นเกาะรูปร่างยาวๆ เรียกว่าเกาะยาว แต่ก็ไม่เคยไปสักที ไปแล้วจะเอามาลง ตอนนี้ลองดูแผนที่ไปพลางๆก่อน แล้วกัน






 สำหรับท่านที่ต้องการพบปะเพื่อนนักปั่น ก็ลองปั่นไปตามเส้นทางหาดศิลาพันธุ์ จะพบนักปั่นมารวมตัวกันที่นี่จำนวนมาก

มีประมาณนี้

เส้นทางไปจุดนัดพบตอนเย็น เริ่มจากสะพานศรีสุทัศน์(สะพานข้ามเกาะสิเหร่)



  อีกเส้นทางที่น่าสนใจ: แหลมพันวา


    เริ่มที่สามแยกถนนศักดิเดช (ที่แยกจากถนนเจ้าฟ้าตะวันออก) ปั่นตรงไปเรื่อยๆ ผ่านชุมชนตลาดกวางตุ้ง บ้านบ่อแร่ ผ่านคลังน้ำมันปตท.(อ่าวมะขาม) ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต บริษัทไทยซาโก้จำกัด เมื่อมาถึงแหลมพันวา ให้ปั่นเข้าประตูรั้วของสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำไปตามเส้นทางเข้า ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จนไปสุดที่สะพานเทียบเรือ


เริ่มที่สามแยกถนนศักดิเช เจ้าฟ้าตะวันออก ระยะทาง 9.5 ก.ม.















    ด้วยระยะทาง 12.5 กิโลเมตรจากตัวเมือง เส้นทางราบเรียบ 80% มีเนินให้ทดสอบกำลังขาอยู่2-3เนิน (ทดสอบประสพการณ์การประเมินกำลังตัวเอง) แต่ก็ไม่หนักหนาอะไร แต่ที่หนักที่สุด ก็ตรงเนินบริษัทไทยซาโก้ อย่าลืมใส่เกียร์ต่ำตั้งแต่ต้นทาง (จะได้หายใจทางจมูกสบายๆ) พอผ่านเนินไปได้ ก็จะได้รับรางวัล ด้วยการจิบน้ำจากกระติก 1 อึกใหญ่ ก่อนจะใส่เกียร์หนักเดินหน้าเต็มตัวด้วยความเร็ว 40-45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่อย่าลืมออมกำลังไว้บ้าง เพราะข้างหน้ายังมีขนมหวานถ้วยเล็กๆอีก2-3 ถ้วย

       หลังจากนั้น ก็ไปเจอกันบนสะพานเทียบเรือ Navy Pier



สะพานเทียบเรือ (Navy Pier)



น่าจะเป็น เรือ ต. 218

ภาพยืนยันว่าใช่























   

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

ทดสอบ เส้นทางรอบเขื่อนบางวาด พร้อมกับลองรถใหม่ Merida Ride 100


วันเสาร์ที่ 17 มกราคม  ลองรถใหม่ เอาออกจากบ้านแต่เช้ามืด พอตั้งลำได้ก็กดตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยความเชื่อมั่นในตัวรถ และการเซ็ทระบบเกียร์มาจากร้าน พอปั่นไปได้สักกิโล ก็เริ่มออกอาการ เข้าเกียร์ได้ไม่สุด มีเสียงกรอกแกรก ตลอดเวลาน่ารำคาญใจมาก ถือเป็นการออกตัวที่ไม่ดีเลย เครื่องมือสักชิ้นก็ไม่ได้ติดรถมา ระหว่างทางก็ได้พบกับนักปั่นรุ่นพี่ที่อายุเยาว์กว่า ก็ได้ทักทายไปตามอัธยาศรัย ขี่ไปพลางก็หาทางแก้ปัญหาไปพลาง ในที่สุดก็ทนไม่ได้หลังจากปั่นไปประมาณ 8 กิโลเมตรก็ต้องมุ่งหน้ากลับบ้านมาเซ็ทเกียร์ใหม่


      ใช้เวลาเซ็ทอยู่ประมาณ ครึ่งชั่วโมงก็นำออกไปทดสอบอีกครั้ง ก็ยังได้ไม่ดีนัก ดังนั้นวันนี้เลยต้องเปลี่ยนแผนนำรถไปติดอุปกรณ์วัดระยะทางแทน ได้เจ้าตาแมว(CAT EYE)ชนิดมีสายมาเพราะจ้าตัวไร้สาย(วายร์เลส) หมดพอดี ด้วยนิสัยใจร้อนก็เลยตัดสินใจติดมันเสียเลย ไม่อยากจะคอยอีกแล้ว อยากสะสมระยะทางตั้งแต่วันนี้เลย


       ตกเย็น (หลังจากที่พักกลางวันแล้ว) ก็นำรถไปลองที่เส้นทางเขื่อนบางวาด ลังเลว่าจะปั่นไปเองหรือบรรทุกรถไป เมื่อคำนวณดูแล้วเห็นว่า ควรพิจารณาความปลอดภัยไว้ก่อน จึงบันทุกจักรยานไป


อ่างเก็บน้ำเขื่อนบางวาด มองระยะไกล

    ใช้เวลาเดินทางจากบ้านไปเขื่อนบางวาดประมาณ45นาที คิดๆอยู่ว่า ถ้าปั่นมาเองน่าจะถึงพร้อมๆกัน(รถติดช่วงเย็น) ถ้ามีช่องทางจักรยาน การตัดสินใจจะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง
ฝันไปก่อน


     วันนี้ปั่นรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนบางวาด 2 รอบรวมระยะทาง 13 กิโล ดุูแล้ว เสือหมอบไม่เหมาะกับการปั่นที่นี้เลย ด้วยเส้นทางที่ไม่เรียบ และมีรถปั่นสวนทางไม่เป็นระเบียบ มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ประจวบกับ เป็นมือใหม่ จึงเกือบจะหลุดโค้งหลายครั้ง
    ด้วยอาการป่วยที่ยังไม่หายดี ก็เลยเกิดอาการเหนื่อยมากกว่าปรกติ

     สรุปเส้นทางการปั่นรอบอ่างน้ำ เขื่อนบางวาด
 1 ควรนำรถเสือภูเขามาจะสนุกและปลอดภัยกว่า
 2 การมาเขื่อน ควรมาช่วงเช้า ไม่ควรมาช่วงเย็นเพราะการจราจรระหว่างทางหนาแน่นและอันตราย หากประสงค์จะมาช่วงเย็น ควรจะบรรทุกรถมาไม่ควรขับขี่มาบนท้องถนน 
 3 ระยะทาง6.5 กิโลเมตร รอบอ่างน้ำ จะใช้เสือหมอบหรือเสือภูเขา ทำเวลาได้ไม่ต่างกัน
 4 มีคนมาปั่นช่วงเย็นไม่มากนัก สถานที่เหงาและวังเวง ยิ่งตอนค่ำ มืดมาก